h Market Overview : Plastic and Rubber Trade Show Technology, Exhibition Thailand
 

Market Review of Thailand Plastics Industry

 
 

อุตสาหกรรมของเล่นไทย ไปได้สวย
ปี 2550 ยอดส่งออกขยายตัว 10%

นางสาว ดวงใจ คูห์ศรีวินิจ นายกสมาคมอุตสาหกรรมของเล่นไทย กล่าวว่า มูลค่าส่งออกของเล่นไทย ในช่วง 11 เดือนของปี 2549 มีมูลค่า 203 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 7.74 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากปี 2548 และสำหรับปี 2550 คาดว่า การส่งออกของเล่นไทย จะขยายตัวประมาณ 10% เนื่องจากลูกค้าหันมาซื้อของเล่นที่มีคุณภาพมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดใหม่ ในกลุ่มละดินอเมริกา รวมทั้งเม็กซิโก บราซิล ชิลี และอาร์เจนตินา

และเนื่องจากในปัจจุบัน ประเทศเม็กซิโก ตั้งกำแพงภาษีนำเข้าสินค้ากลุ่มของเล่นจากจีนไว้ที่ 350% เพื่อป้องกันการทุ่มตลาด  ของเล่นจากไทยจึงสามารถเข้าไปเจาะตลาดที่เม็กซิโกได้เป็นอย่างดี เนื่องจากผู้บริโภคต่างหันมาซื้อของเล่นที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน แม่ว่าราคาของเล่นจากประเทศไทยจะมีราคาสูงกว่า  แต่ก็ยังถูกกว่าของญี่ปุ่น หรือสหภาพยุโรป

นอกจากนี้ ลูกค้าในสหภาพยุโรป หันมาซื้อสินค้าของเล่นจากไทยมากขึ้นเช่นเดียวกัน ส่วนในสหรัฐอเมริกา แม้ว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงบ้าง แต่กลุ่มผู้ปกครองยังคงเลือกซื้อของเล่นที่มีคุณภาพสูง  โดยขณะนี้ มีผู้ประกอบการไทย ได้เข้าไปตั้งบริษัท เพื่อนำเข้าสินค้าของเล่นที่ผลิตจากเมืองไทยไปเจาะตลาดโดยตรง และประสบความสำเร็จอย่างดี อย่างไรก็ดี  เนื่องจากขณะนี้ ค่าเงินบาทแข็งขึ้น ทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งอกของเล่นไทยลดน้อยลง โดยระดับค่าเงินบาทที่จะช่วยให้ผู้ส่งออกไทย มีความสามารถในการแข่งขันด้านราคาได้ น่าจะอยู่ที่ 38-39 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

(ข้อมูลจาก Plastic Journal ฉบับเดือนมีนาคม-เมษายน 2007)

 
 

 
 

Thailand Economic Overview

ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยสภาพเศรษฐกิจไทย ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2007 ดังนี้

  1. ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม  ดัชนีผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น 6.3 เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ผลิตเพื่อการส่งออก  ซึ่งรวมถึงในภาคการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องหนัง ส่วนอุตสาหกรรมอาหารขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะน้ำตาล 

  2. ปัจจัยภายนอก มีความเคลื่อนไหว คือ  ดุลการค้า เกินดุล 656 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้น อยู่ที่ 12,839 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 19.9 เปอร์เซ็นต์ โดยการส่งออกขยายตัวในทุกประเภทของสินค้าส่งออก

เจโทรเชื่อครึ่งปีหลัง เศรษฐกิจไทยสดใสขึ้น

ประธานเจโทร นายโยอิชิ คาโตะ คาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจของไทยในครึ่งปีหลังว่า จะมีการเฉลิมฉลองปีพระราชสมภพครบ 80 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และมีการเลือกตั้ง ฉะนั้นหากไทยสามารถผ่านร่างรัฐธรรมนูญและมีการเลือกตั้งอย่างที่นายก รัฐมนตรีให้คำมั่นเอาไว้ ก็เชื่อว่าบรรยากาศการค้าและการลงทุนจะฟื้นตัวสดใสขึ้นอย่างแน่นอน

ส่วนนายมัตซึโมะโตะ เทสซึโอะ ประธาน บริษัท เค แอนด์ ยู เอ็นเตอร์ไพรส์ ธุรกิจส่งออกอาหารทะเล กล่าวเพียงว่า ในฐานะนักธุรกิจญี่ปุ่น ยังมีความมั่นใจต่อการทำธุรกิจในไทย เพราะรัฐบาลไทยให้ความสำคัญในการทำความเข้าใจกับนักธุรกิจญี่ปุ่นเป็นลำดับแรกๆ เมื่อเกิดเหตุการณ์ใดๆ ก็ตาม

แต่สิ่งที่ยังเป็นความกังวลอยู่คือเรื่องปัญหาค่าเงินบาท ที่ตอนนี้เงินไทยแข็งค่ามากขึ้น จึงอยากเห็นมาตรการของรัฐบาลไทยในการแก้ไขจุดนี้ และหากทำได้ จะยิ่งทำให้มีธุรกิจญี่ปุ่นเข้ามาลงทุน หรือขยายธุรกิจในไทยเพิ่มขึ้นอีกอย่างแน่นอน

(ข้อมูลจากฐานเศรษฐกิจ 24 มิ.ย. - 27 มิ.ย. 2550)

 
 

 
 

Italy and Thailand strengthen their closer tie

นาย อิญาชิโอ ดิ ปาเช เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย เปิดเผยถึงสภาวะการค้าระหว่างไทยและอิตาลีในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา มีการขยายตัวในระดับเฉลี่ยปีละ 20 % และยังมีแนวโน้มที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยในปีที่ผ่านมา (2549) มูลค่าการค้าสองฝ่ายระหว่างทั้งสองประเทศเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าราว 20 % เป็น 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 102,000 ล้านบาท โดยอิตาลีส่งออกสินค้ามายังประเทศไทยประมาณ 1,468 ล้านบาท ไทยจึงเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้าอิตาลีอยู่ราว 19 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนั้น ต้นปีนี้ การค้าระหว่างไทย-อิตาลียังมีการเติบโตสูงถึง 23.81 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สะท้อนให้เห็นแนวโน้มที่ดี

ปีที่ผ่านมา อิตาลีส่งออกสินค้ามายังประเทศไทยเป็นที่สองรองจากเยอรมนีเมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มอียูด้วยกัน ถือว่าความสัมพันธ์ระหว่างกันนั้นดีมากและมีศักยภาพที่จะพัฒนาต่อไป โดยเฉพาะในแง่การลงทุน เพราะอิตาลีเองมีอุตสาหกรรมหลากหลายแขนง และมีการจัดกลุ่มเป็นคลัสเตอร์จำนวนมากแต่ประสบปัญหาในการเคลื่อนย้ายถิ่น ขณะที่ไทยเองกำลังส่งเสริมการจัดกลุ่มอุตสาหกรรมเป็นคลัสเตอร์จึงเท่ากับว่าความต้องการสอดคล้องกัน ก่อนหน้านี้เคยมีการหารือกันในเรื่องความร่วมมือ  คาดว่า จะสามารถหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาหารือกันอีก เพื่อผลักดันให้เกิดขึ้นได้จริงๆ โดยอาจจะเป็นคลัสเตอร์อุตสาหกรรมใดก็ได้ เพราะของอิตาลีมีหลายคลัสเตอร์ ในส่วนที่นักลงทุนอิตาลีสนใจย้ายฐานเข้ามาผลิตในไทยได้แก่ อุตสาหกรรมด้านอัญมณี สิ่งทอ โลหะ บรรจุภัณฑ์ ชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า และการทำเลนส์แว่นตา เป็นต้น

(ข้อมูลจากนสพ. ฐานเศรษฐกิจ ประจำวันที่ 24-26 พฤษภาคม 2550)